อาร์เตต้า เผย อาร์เซน่อล สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว
มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของทีม อาร์เซน่อล ได้ลั่นออกมาเองเลยว่า ทีม กันเนอร์ นั้น มีดีในทุกด้าน เรียกได้ว่า ครบจบ ในทีมเดียว แบบไร้ที่ติด แต่ในนัด แมนยู พบ อาร์เซน่อล นั้น เขาไม่ได้สั่งให้ลูกทีมเรียกลูกเตะมุมแต่อย่างใด
ศึก พรีเมียร์ลีก ระดับเทพ และตำนาน ในวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เพิ่งผ่านไป ด้วยสกอร์ที่ 2-0 โดย ผีแดง โดน ปืนใหญ่ ไล่ยิงจนเละไม่เป็นท่า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะทั้งฟอร์มการเล่น การวางหมาก ก็เหมาะเจาะไปหมด สำหรับทีม อาร์เซน่อล โดยเฉพาะ ลูกเตะมุม ก็ทำให้ได้ประตูจากลูกเซตพีซมากถึง 22 ลูกเข้าให้แล้ว
ทั้งนี้ สื่อยังจ่อถามกันอีกว่า ทำไม อาร์เซน่อล ถึงมีพัฒนาการเรื่องการเล่นลูกเซตพีซ กันได้อย่างต่อเนื่องขนาดนี้ โดย กุนซือชาวสเปน ก็ตอบกลับมาว่า
“ฤดูกาลที่ผ่านมา เราก็ทำประตู (ต่อ 1 ฤดูกาล ได้เยอะที่สุด ในประวัติศาสตร์ของสโมสรนี้นะ แต่มันก็ไม่ได้มาจากเซตลูกพีซไปซะทั้งหมด ที่ได้ประตูเยอะ ก็เพราะนักเตะเรามีคุณภาพไงล่ะ เราเลยอยากสร้างจังหวะการเล่นสวยๆ ออกมา เพื่อนักเตะจะได้ทำประตูด้วยตัวเองได้”

“เราทำประตูได้ทั้งจากการเล่นสวนกลับเร็วไม่ว่าจะเป็นจากการผ่านบอลระยะสั้นหรือระยะยาว, จากการค่อยๆ ขึ้นเกม, จากการเริ่มเกมกันอีกครั้ง และจากโอกาสที่เปิดพื้นที่ว่างของคู่แข่ง เราต้องใช้ประโยชน์จากทุกๆ จังหวะการเล่นอย่างเต็มที่, เดินหน้ากันต่อไป และปรับปรุงกันต่อไป”
“แน่นอนว่าเราต้องการสิ่งนั้น (ความอันตรายจากการเล่นลูกเซตพีซ) ด้วย ผมคิดว่าเราอยากมีความอันตรายมากๆ และมีประสิทธิภาพที่ดีจากการเล่นทุกรูปแบบ วันนี้เรามีโอกาสทำประตูจากจังหวะโอเพ่นเพลย์เหมือนที่ทำได้ในเกมกับ เวสต์แฮม และ สปอร์ติ้ง เหมือนกัน”
“ทีมของเรามีความเชื่อว่าเราสามารถสร้างความอันตรายให้คู่แข่งได้จากการเล่นทุกรูปแบบ และพยายามที่จะทำประตูให้ได้ วันนี้เราได้ 2 ประตูจากลูกเซตพีซ จากการที่เราได้เล่นลูกเตะมุมรวมทั้งหมด 13 ครั้ง เราต้องเรียนรู้ให้เยอะจากจุดนั้น”

อย่างไรก็ตาม ทาง อาร์เตต้า ก็กล่าวอีกว่า เขาไม่ได้สั่งให้ บูกาโย่ ซาก้า และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ จงใจจะเรียกลูกเตะมุม ด้วยการให้ทั้งคู่ขยับมาเล่นที่ริมเส้น เหมือนกับ ฟอร์มของ รูเบน อโมริมแต่อย่างใด
“เราไม่ได้ใช้แผนแบบนั้นเลย เราใช้แผนที่ให้ปีกหุบเข้ามาด้านใน”
“อีกฝั่งให้นักเตะเข้าไปอยู่ด้านในเยอะมากๆ ดังนั้นข้างในเลยไม่มีพื้นที่เยอะเท่าไหร่ แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีพื้นที่เยอะให้กับนักเตะในตำแหน่งฟูลแบ็กได้เล่น หรือไม่ก็ทำให้นักเตะประเภทเบอร์ 6 กับเบอร์ 9 ขยับออกมาเล่นด้านนอกได้เช่นกัน เราจำเป็นต้องมองในทุกมุม เราปรเมินกันว่าตรงไหนที่อาจจะเป็นจุดอ่อนอของอีกฝ่าย และเราจะฉวยประโยชน์จากจุดอ่อนของคู่แข่งตรงไหนได้บ้าง”
บทความที่เกี่ยวข้อง
